รายละเอียดสินค้า

  • 20 DAYS PERFECT ประกอบด้วย BEAUTY WHITE+Royal Jelly+VITAMIN-E ทั้งขาวใส อมชมพู ผิวเนียน แก้ปัญหาแผลเป็นจากสิวเก่า หลุมสิว ผิวแห้งแตกเป็นขุย มีร่องลึก
20 DAYS PERFECT ประกอบด้วย BEAUTY WHITE+Royal Jelly+VITAMIN-E ทั้งขาวใส อมชมพู ผิวเนียน แก้ปัญหาแผลเป็นจากสิวเก่า หลุมสิว ผิวแห้งแตกเป็นขุย มีร่องลึก
 
รหัสสินค้า : 20DAYS-004
ยี่ห้อ : DAISO
รุ่น : JAPAN
สภาพสินค้า : สินค้ามือใหม่
Links : คลิกลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ราคา :540.00 ฿
ราคาปกติ : 660.00 ฿
Add to Cart Share with Friends
รายละเอียดสินค้า :

20 DAYS PERFECT ประกอบด้วย BEAUTY WHITE+Royal Jelly+VITAMIN-E ทั้งขาวใส อมชมพู ผิวเนียน แก้ปัญหาแผลเป็นจากสิวเก่า หลุมสิว ผิวแห้งแตกเป็นขุย มีร่องลึกเหอ เหอ....

1. Daiso Beauty White Vitamin บำรุงผิวพรรณให้สวย ขาวใส เปล่งปลั่ง สวยบลิ๊งค์ๆ วิตามินบำรุงผิวพรรณให้ผิวสวย ขาวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง ผิวสวยบลิ๊งค์ๆ

วิธีรับประทาน :: ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง

ขนาด 20 วัน (40 เม็ด)

DAISO Supplement, Beauty Series No.67 BEAUTY WHITE
 

2. Daiso Royal Jelly and Propolis ทานได้ 20 วัน 1 ซอง บรรจุ 40 เม็ด น้ำผึ้งรอยัลเจลลี่ ช่วยเสริมสร้างผิวหนังให้กระชับ ไม่เหี่ยวแห้ง แก้ปัญหาหลุมสิว + แผลเป็นจากสิว ด้วยนะคะ

น้ำ ผึ้งรอยัลเจลลี่ ช่วยเสริมสร้างผิวหนังให้กระชับ ไม่เหี่ยวแห้ง และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างของผิว สุขภาพผิวจะดีขึ้นคะ

วิธีรับประทาน ::
รับประทาน 2 เม็ดต่อวัน ทานครั้งละ 1 เม็ด พร้อมอาหาร
ใน 1 เม็ด มีปริมาณของ น้ำผึ้งรอยัลเจลลี่ 280 mg. คะ

 

3. Daiso Vitamin E บำรุงผิวพรรณให้สดใส ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวในร่างกาย แก้ปัญหาผิวไม่เรียบเนียน หรือริ้วรอยแผลเป็นจากสิวเก่าได้เยี่ยม จาก DAISO ญี่ปุ่น

วิตามิน อีบำรุงผิวพรรณให้สดใส ชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง ให้ผิวเรียบเนียนนุ่ม และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวในร่างกาย เหมาะสำหรับสาวๆที่นั่งทำงานในห้องแอร์เป็นเวลานานๆ

รับรองว่ามีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงค่ะ

วิธีรับประทาน :: ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง

ขนาด 40 วัน (40 เม็ด)

DAISO Supplement, Basic Series For Health And Beauty No.58 VITAMIN E

Made In JAPAN

วิตามินอี คืออะไร?
วิตามิน อี หรือ โทโคเฟอรอล (tocopherol) เป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับเป็นประจำทุกวัน มีลักษณะเป็นน้ำมันสีเหลือง และละลายได้ดีในไขมัน เช่นเดียวกับวิตามินเอ วิตามินดี และ วิตามินเค วิตามินอี มีหลายชนิด ได้แก่ แอลฟา เบตา แกมมา และซิกมา โทโคเฟอรอล โดยชนิดที่ออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด คือ แอลฟาโทโคเฟอรอล (alpha-tocopherol)


ประโยชน์ของวิตามินอีต่อร่างกาย
เนื่อง จากผนังของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายมีไขมันที่ไม่อิ่มตัวเป็นโครงสร้างหลัก โครงสร้างที่ว่านี้จะถูก ทำลายได้ง่ายด้วยกระบวนการออกซิเดชัน (oxidation) และส่งผลให้เกิดสารอนุมูลอิสระ (free radicals) ชนิดต่างๆ ตามมา ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างภายในเซลล์ที่สัมผัสกับ สารอนุมูลอิสระ วิตามินอี เป็นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันและอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ (potent antioxidant) ซึ่งมีผลในการป้องกันการทำลายเซลล์ หรือลดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระได้ นอกจากนี้ยังมีผลช่วยปกป้องการเสื่อมสลายของเยื่อหุ้มเซลล์ (stabilize) ที่บุอยู่ตามอวัยวะต่างๆ เช่น ผิวหนัง ตา ตับ เต้านม หลอดเลือด และเม็ดเลือดแดง ทำให้อวัยวะดังกล่าวทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความคงทนมากขึ้นด้วย

วิตามินอี สารอาหารที่ช่วยชะลอความแก่
สารอนุมูล อิสระจะมีผลทำให้เซลล์เกิดความเสียหายและตายได้ในที่สุด ซึ่งนอกจากจะเป็นสาเหตุทำให้ ร่างกายอ่อนแอและแก่เร็วกว่าปกติแล้ว หากเกิดที่สมองก็จะทำให้มีโอกาสเป็นโรคเรื้อรังทางสมองต่างๆ เช่น โรคสมองเสื่อม (Alzheimer’s disease) โรคพาร์คินสัน (Parkinson’s disease) เป็นต้น จากการศึกษาทางคลินิกพบว่าผู้ที่รับประทานวิตามินอี 1,300 IU ต่อวันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปีจะช่วยชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมจากการอุดตันของเส้นเลือดในสมองได้

วิตามินอีกับผิวพรรณ
สถาบัน โรคผิวหนังหลายแห่งมีการวิจัยพบว่าวิตามินอีช่วยป้องกันผิวจากการไหม้เกรียม ริ้วรอยเหี่ยวย่นและรอยแผลได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานหรือการทาที่ผิวหนังโดยตรง เนื่องจากการเกิดแผลหรือการอักเสบบนผิวหนัง หรือการถูกแสงแดดเผาไหม้จะทำให้เกิดการสะสมของอนุมูลอิสระขึ้น วิตามินอีจะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่ดูดซับสารอนุมูลอิสระก่อนที่จะทำให้ เนื้อเยื่อต่างๆ เสียหาย จึงช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของผนังเซลล์ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรงขึ้น และช่วยให้ทนต่อรังสี UV ในแสงแดดได้ดีขึ้น ดังนั้นผู้ผลิตเครื่องสำอางจึงนิยมนำวิตามินอีมาใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์

อาหารชนิดใดบ้างที่เป็น แหล่งของวิตามินอี? แหล่งอาหารที่มีวิตามินอีอยู่ในปริมาณสูง ได้แก่ นม ไข่ ถั่ว ปลา เนื้อสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ น้ำมันพืชต่างๆ ผักที่กินใบ เช่น ผักกาดหอม ผักโขม เป็นต้น ถึงแม้ว่าวิตามินอีจะค่อนข้างทนต่อความร้อนและไม่ละลายในน้ำก็ตาม แต่การประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนสูงๆ เช่น การทอด รวมทั้งการเหม็นหืนของน้ำมันก็อาจทำให้วิตามินอีสูญเสีย สภาพไปได้


จะ เห็นว่าวิตามินอี มีอยู่ในอาหารหลากหลายชนิด ดังนั้นถ้าได้เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับ ความต้องการของร่างกายแล้ว...หนทางสู่การมีสุขภาพดีก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ค่ะ...


ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today

คำเตือน ::
- เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
- ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์

แก้ไขล่าสุด : 20/12/2010
    ร่วมแสดงความคิดเห็น
    ชื่อของคุณ : *
    อีเมล์ของคุณ : *
    รายละเอียด : *
    หมายเหตุ : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง
    Validation Code :

    *