20
DAYS PERFECT ประกอบด้วย BEAUTY WHITE+Royal Jelly+VITAMIN-E ทั้งขาวใส
อมชมพู ผิวเนียน แก้ปัญหาแผลเป็นจากสิวเก่า หลุมสิว ผิวแห้งแตกเป็นขุย
มีร่องลึกเหอ เหอ....
1. Daiso Beauty White Vitamin บำรุงผิวพรรณให้สวย ขาวใส เปล่งปลั่ง สวยบลิ๊งค์ๆ วิตามินบำรุงผิวพรรณให้ผิวสวย ขาวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง ผิวสวยบลิ๊งค์ๆ
วิธีรับประทาน :: ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง
ขนาด 20 วัน (40 เม็ด)
DAISO Supplement, Beauty Series No.67 BEAUTY WHITE
2.
Daiso Royal Jelly and Propolis ทานได้ 20 วัน 1 ซอง บรรจุ 40 เม็ด
น้ำผึ้งรอยัลเจลลี่ ช่วยเสริมสร้างผิวหนังให้กระชับ ไม่เหี่ยวแห้ง
แก้ปัญหาหลุมสิว + แผลเป็นจากสิว ด้วยนะคะ
น้ำ
ผึ้งรอยัลเจลลี่ ช่วยเสริมสร้างผิวหนังให้กระชับ ไม่เหี่ยวแห้ง
และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างของผิว สุขภาพผิวจะดีขึ้นคะ
วิธีรับประทาน ::
รับประทาน 2 เม็ดต่อวัน ทานครั้งละ 1 เม็ด พร้อมอาหาร
ใน 1 เม็ด มีปริมาณของ น้ำผึ้งรอยัลเจลลี่ 280 mg. คะ
3.
Daiso Vitamin E บำรุงผิวพรรณให้สดใส
ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวในร่างกาย แก้ปัญหาผิวไม่เรียบเนียน
หรือริ้วรอยแผลเป็นจากสิวเก่าได้เยี่ยม จาก DAISO ญี่ปุ่น
วิตามิน
อีบำรุงผิวพรรณให้สดใส ชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง ให้ผิวเรียบเนียนนุ่ม
และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวในร่างกาย
เหมาะสำหรับสาวๆที่นั่งทำงานในห้องแอร์เป็นเวลานานๆ
รับรองว่ามีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงค่ะ
วิธีรับประทาน :: ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง
ขนาด 40 วัน (40 เม็ด)
DAISO Supplement, Basic Series For Health And Beauty No.58 VITAMIN E
Made In JAPAN
วิตามินอี คืออะไร?
วิตามิน
อี หรือ โทโคเฟอรอล (tocopherol)
เป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับเป็นประจำทุกวัน
มีลักษณะเป็นน้ำมันสีเหลือง และละลายได้ดีในไขมัน เช่นเดียวกับวิตามินเอ
วิตามินดี และ วิตามินเค วิตามินอี มีหลายชนิด ได้แก่ แอลฟา เบตา แกมมา
และซิกมา โทโคเฟอรอล โดยชนิดที่ออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด คือ แอลฟาโทโคเฟอรอล
(alpha-tocopherol)
ประโยชน์ของวิตามินอีต่อร่างกาย
เนื่อง
จากผนังของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายมีไขมันที่ไม่อิ่มตัวเป็นโครงสร้างหลัก
โครงสร้างที่ว่านี้จะถูก ทำลายได้ง่ายด้วยกระบวนการออกซิเดชัน (oxidation)
และส่งผลให้เกิดสารอนุมูลอิสระ (free radicals) ชนิดต่างๆ ตามมา
ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างภายในเซลล์ที่สัมผัสกับ
สารอนุมูลอิสระ วิตามินอี
เป็นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันและอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ
(potent antioxidant) ซึ่งมีผลในการป้องกันการทำลายเซลล์
หรือลดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระได้
นอกจากนี้ยังมีผลช่วยปกป้องการเสื่อมสลายของเยื่อหุ้มเซลล์ (stabilize)
ที่บุอยู่ตามอวัยวะต่างๆ เช่น ผิวหนัง ตา ตับ เต้านม หลอดเลือด
และเม็ดเลือดแดง
ทำให้อวัยวะดังกล่าวทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความคงทนมากขึ้นด้วย
วิตามินอี สารอาหารที่ช่วยชะลอความแก่
สารอนุมูล
อิสระจะมีผลทำให้เซลล์เกิดความเสียหายและตายได้ในที่สุด
ซึ่งนอกจากจะเป็นสาเหตุทำให้ ร่างกายอ่อนแอและแก่เร็วกว่าปกติแล้ว
หากเกิดที่สมองก็จะทำให้มีโอกาสเป็นโรคเรื้อรังทางสมองต่างๆ เช่น
โรคสมองเสื่อม (Alzheimer’s disease) โรคพาร์คินสัน (Parkinson’s disease)
เป็นต้น จากการศึกษาทางคลินิกพบว่าผู้ที่รับประทานวิตามินอี 1,300 IU
ต่อวันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2
ปีจะช่วยชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมจากการอุดตันของเส้นเลือดในสมองได้
วิตามินอีกับผิวพรรณ
สถาบัน
โรคผิวหนังหลายแห่งมีการวิจัยพบว่าวิตามินอีช่วยป้องกันผิวจากการไหม้เกรียม
ริ้วรอยเหี่ยวย่นและรอยแผลได้ดี
ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานหรือการทาที่ผิวหนังโดยตรง
เนื่องจากการเกิดแผลหรือการอักเสบบนผิวหนัง
หรือการถูกแสงแดดเผาไหม้จะทำให้เกิดการสะสมของอนุมูลอิสระขึ้น
วิตามินอีจะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่ดูดซับสารอนุมูลอิสระก่อนที่จะทำให้
เนื้อเยื่อต่างๆ เสียหาย
จึงช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของผนังเซลล์ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรงขึ้น
และช่วยให้ทนต่อรังสี UV ในแสงแดดได้ดีขึ้น
ดังนั้นผู้ผลิตเครื่องสำอางจึงนิยมนำวิตามินอีมาใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์
อาหารชนิดใดบ้างที่เป็น
แหล่งของวิตามินอี? แหล่งอาหารที่มีวิตามินอีอยู่ในปริมาณสูง ได้แก่ นม ไข่
ถั่ว ปลา เนื้อสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ น้ำมันพืชต่างๆ ผักที่กินใบ เช่น
ผักกาดหอม ผักโขม เป็นต้น
ถึงแม้ว่าวิตามินอีจะค่อนข้างทนต่อความร้อนและไม่ละลายในน้ำก็ตาม
แต่การประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนสูงๆ เช่น การทอด
รวมทั้งการเหม็นหืนของน้ำมันก็อาจทำให้วิตามินอีสูญเสีย สภาพไปได้
จะ
เห็นว่าวิตามินอี มีอยู่ในอาหารหลากหลายชนิด
ดังนั้นถ้าได้เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับ
ความต้องการของร่างกายแล้ว...หนทางสู่การมีสุขภาพดีก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ค่ะ...
ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today
คำเตือน ::
- เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
- ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์
|