20
DAYS PERFECT ประกอบด้วย BEAUTY WHITE + HYAROLUNIC + VITAMIN-E ทั้งขาวใส
อมชมพู ผิวเนียน แก้ปัญหาแผลเป็นจากสิวเก่า ผิวแห้ง แบบนี้ไม่รีบสอยได้งัย
เหอ เหอ เหอ เหอ....
1. Daiso Beauty White Vitamin บำรุงผิวพรรณให้สวย ขาวใส เปล่งปลั่ง สวยบลิ๊งค์ๆ วิตามินบำรุงผิวพรรณให้ผิวสวย ขาวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง ผิวสวยบลิ๊งค์ๆ
วิธีรับประทาน :: ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง
ขนาด 20 วัน (40 เม็ด)
DAISO Supplement, Beauty Series No.67 BEAUTY WHITE
2.
Daiso Hyaluronic Acid Vitamin สำหรับ 20 วัน 1 ซอง บรรจุ 40 เม็ด
วิตามินไฮยารูรอน มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม เปล่งปลั่ง ตึงกระชับ
วิ
ตามินไฮยารูรอน มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม เปล่งปลั่ง ตึงกระชับ
ช่วยให้ริ้วรอยร่องลึกบริเวณหน้าผาก ร่องแก้ม ริ้วรอยใต้ตา ตื้นขึ้น
และผิวกายก็ตึงกระชับ
ไฮยารูรอนิค แอซิด ส่วนผสมหลักในการรักษาริ้วรอยแห่งวัย
ไฮ
ยารูรอนิค แอซิด เป็นส่วนผสมหลักในการรักษาริ้วรอยแห่งวัย
พบได้ในร่างกายของมนุษย์ตามวุ้นในโพรงลูกตา , น้ำหล่อลื่น ข้อต่อต่าง ๆ
และเนื่อเยื่อส่วนต่าง และโดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะและเซลล์
เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสีและเพิ่มความยืดหยุ่น
เช่นจุดเชื่อผมต่อบริเวณหัวเข่าซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวยึดเกาะแต่ละส่วนให้ติด
กัน มีลักษณะเป็นวุ้นอยู่ระหว่างคอลลาเจนและอีลาสตินไฟเบอร์
ช่วยลำเลียงสารอาหารต่าง ๆ ที่จำเป็นจากกระแสเลือดไปยังเซลล์ต่าง ๆ
ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นโดยการกักเก็บน้ำไว้ใต้ผิวและทำหน้าที่เสมือนเป็นตัว
หล่อลื่นผิวจากการการถูกทำลายจากสารเคมี
ไฮ
ยาลูรอนิคนี้จัดเป็นประเภทของ glycosaminoglycan ซึ่ง
มีหน้าที่ต้านการอักเสบ และการบวมน้ำ หน้าที่หลัก ๆ ของ glycosaminoglycan
นั้นคือการช่วยรักษาระดับน้ำในร่างกาย,
เติมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการของร่างกาย และลำเลียงไปยังโมเลกุล
ถ้าขาดสารตัวนี้
จะมีผลทำให้การเดินจะเจ็บปวดเพราะว่าไม่มีตัวช่วยลดการเสียดสีระหว่างกระดูก
ข้อต่อนั่นเอง, และมันยัง ถูกใช้ใน
วงการแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่ออีกด้วย
ประโยชน์ของกรดไฮยาลูรอนิคที่มีต่อผิวหน้า
สำหรับ
ผิวหน้าของเรานั้น
กรดตัวนี้จะถูกผลิตขึ้นและถูกหล่อเลี้ยงจากบริเวณผิวหนังชั้น dermis (ผิว
ชั้นล่าง) และกระจายไปถึงผิวหนังชั้น epidermis (ผิว หนังชั้น บน)
บทบาทสำคัญที่เราควรตระหนักก็คือ
มันจะช่วยให้ผิวหนังสามารถเก็บกักความชุ่มชื่นได้มากกว่าปรกติหลายเท่าเลยละ
(โดยที่ไม่เพิ่มความมันแบบที่ไม่ดี sebum บนผิวชั้นนอก
ดังนั้นคนที่มีผิวมันก็สบายใจขึ้นมาบ้าง)
เมื่อผิวมีความชุ่มชื่นที่ดีเพียงพอ ผิวหน้าก็จะดูอ่อนกว่าเยาว์
ดูเนียนเรียบขึ้น ริ้วรอยลดลง มีความยืดหยุ่น นุ่มนวล และดูมีชีวิตชีวา ..
กรดไฮยาลูรอนิคยังช่วยให้รักษาอาการบาดเจ็บของเซลล์ผิวหนังได้เร็วกว่าเดิม
80% อีกด้วย นั่นหมายความว่าผิวสามารถที่จะสมานและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น
ผลดีอีกข้อนั่นก็คือการช่วยทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้นด้วย (plump effect)
และโดยปรกติการไหลเวียนของเลือดจะเป็นตัวนำของเสีย ออกจากเซลล์ตามธรรมชาติ
แต่สำหรับเซลล์ผิวที่ไม่ได้ติดต่อกับเส้นเลือดโดยตรง
กรดไฮยาลูรอนิคนั้นขะช่วยเพิ่มการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิวในส่วนนั้นและ
ยังช่วยกำจัดของเสียออกจากเซลล์เหล่านั้น
เมื่อ
อายุมากขึ้น ตั้งแต่ 30-40 ขึ้น ไป
การผลิตกรดไฮยาลูรอนิคตามธรรมชาติก็ลดน้อยลงไป
ผลก็คือผิวที่จะสูญเสียความชุ่มชื่น ผิวแห้งขึ้น และขาดความยืดหยุ่น
สิ่งที่จะตามมาก็คือ ริ้วรอยที่จะเพิ่มมากขึ้น
และความแก่ชราก็จะปรากฏชัดขึ้นนั่นเอง
ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิคสำหรับผู้ที่
มีอายุมากขึ้นหรือผู้ที่มีผิวแห้ง ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
นอกเหนือไปจากการบำรุงและเสริมสร้างแต่เพียง collagen – elastin
และลดริ้วรอยแค่พื้นผิวภายนอกตามปรกติ
HYALURONIC ACID กับริ้วรอย?
Hyaluronic
acid (กรดไฮยาลูโรนิก) เป็นสารที่ใช้กันมานานกว่า 10 ปี
และนิยมใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิว
ปัจจุบันนี้ก็ยังคงได้รับความนิยมมาตลอด เป็นเพราะว่ามันออกฤทธิ์ได้ผลดี
โดยเฉพาะช่วยในการลดริ้วรอย Hyaluronic acid
นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์โดยเฉพาะทางด้านความงาม (ทั้งในรูป
ครีมทาและยาฉีด) และในธุรกิจเครื่องสำอางเอง
พวกเราก็จะพบเห็นได้บ่อยมากในผลิตภัณฑ์กลุ่มลดริ้วรอย
ด้วยความสามารถในการซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย
และเร่งขบวนการแผลให้หายเร็ว
ร่าง
กายคนเราสามารถสร้าง Hyaluronic acid ได้เอง โดยพบมากที่ผิวหนัง
และปัจจุบันก็มีการผลิตขึ้นมาขายในเชิงพาณิชย์โดยผ่านขบวนการหมักทางชีวภาพ
Hyaluronic acid มีลักษณะหนืดข้น ละลายน้ำได้และมีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดีมาก
แนะนำให้ใส่ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (ทั้ง ครีมบำรุง, โลชั่น, สเปรย์, ลิปสติก
อื่นๆ) ที่ความเข้มข้น 0.25% ถึง 2.00%
นอก
เหนือจากคุณสมบัติในการอุ้มน้ำได้ดีแล้ว มันยังช่วยลด
การสร้างอนุมูลอิสระและช่วยกรองรังสี UV ได้ อีกด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่า
โดยลำพังแล้วกรดไฮยาลูโรนิกก็จัดได้ว่า
เป็นสารที่ช่วยชะลอความแก่ที่มีประสิทธิภาพดีตัวหนึ่ง
จึงมีราคาค่อนข้างแพงพอควร และราคาของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายก็
ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของปริมาณกรดไฮยาลูโรนิกที่ใช้
ใน
ประเทศไทย เองก็มีการนำเข้าสารเคมีตัวนี้มาใช้ในครีมบำรุงผิวกันมาก
โดยเฉพาะในกลุ่มเวชสำอาง ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์มีราคาค่อนข้างสูง
ระยะหลังมีการนำ Hyaluronic acid เข้ามาจากจีน ซึ่งก็มีราคาถูกลง
แต่พวกคุณก็ต้องระวัง ด้วย เพราะกรดไฮยารูโลนิกบางตัวมีราคาถูกมาก
เนื่องจากเป็นเกรดที่ต่ำ เมื่อใส่
ในผลิตภัณฑ์แล้วมักจะใช้ไม่ได้ผลดังนั้นพวกคุณอาจจะต้องเสียเงินเปล่า
ที่มา mapround.com
วิธีรับประทาน :: ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง
ขนาดบรรจุ 40 เม็ด
3. Daiso Vitamin E บำรุงผิวพรรณให้สดใส ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวในร่างกาย จาก DAISO ญี่ปุ่น
วิตามิน
อีบำรุงผิวพรรณให้สดใส ชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง ให้ผิวเรียบเนียนนุ่ม
และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวในร่างกาย
เหมาะสำหรับสาวๆที่นั่งทำงานในห้องแอร์เป็นเวลานานๆ
รับรองว่ามีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงค่ะ
วิธีรับประทาน :: ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง
ขนาด 40 วัน (40 เม็ด)
DAISO Supplement, Basic Series For Health And Beauty No.58 VITAMIN E
Made In JAPAN
วิตามินอี คืออะไร?
วิตามิน
อี หรือ โทโคเฟอรอล (tocopherol)
เป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับเป็นประจำทุกวัน
มีลักษณะเป็นน้ำมันสีเหลือง และละลายได้ดีในไขมัน เช่นเดียวกับวิตามินเอ
วิตามินดี และ วิตามินเค วิตามินอี มีหลายชนิด ได้แก่ แอลฟา เบตา แกมมา
และซิกมา โทโคเฟอรอล โดยชนิดที่ออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด คือ แอลฟาโทโคเฟอรอล
(alpha-tocopherol)
ประโยชน์ของวิตามินอีต่อร่างกาย
เนื่อง
จากผนังของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายมีไขมันที่ไม่อิ่มตัวเป็นโครงสร้างหลัก
โครงสร้างที่ว่านี้จะถูก ทำลายได้ง่ายด้วยกระบวนการออกซิเดชัน (oxidation)
และส่งผลให้เกิดสารอนุมูลอิสระ (free radicals) ชนิดต่างๆ ตามมา
ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างภายในเซลล์ที่สัมผัสกับ
สารอนุมูลอิสระ วิตามินอี
เป็นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันและอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ
(potent antioxidant) ซึ่งมีผลในการป้องกันการทำลายเซลล์
หรือลดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระได้
นอกจากนี้ยังมีผลช่วยปกป้องการเสื่อมสลายของเยื่อหุ้มเซลล์ (stabilize)
ที่บุอยู่ตามอวัยวะต่างๆ เช่น ผิวหนัง ตา ตับ เต้านม หลอดเลือด
และเม็ดเลือดแดง
ทำให้อวัยวะดังกล่าวทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความคงทนมากขึ้นด้วย
วิตามินอี สารอาหารที่ช่วยชะลอความแก่
สารอนุมูล
อิสระจะมีผลทำให้เซลล์เกิดความเสียหายและตายได้ในที่สุด
ซึ่งนอกจากจะเป็นสาเหตุทำให้ ร่างกายอ่อนแอและแก่เร็วกว่าปกติแล้ว
หากเกิดที่สมองก็จะทำให้มีโอกาสเป็นโรคเรื้อรังทางสมองต่างๆ เช่น
โรคสมองเสื่อม (Alzheimer’s disease) โรคพาร์คินสัน (Parkinson’s disease)
เป็นต้น จากการศึกษาทางคลินิกพบว่าผู้ที่รับประทานวิตามินอี 1,300 IU
ต่อวันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2
ปีจะช่วยชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมจากการอุดตันของเส้นเลือดในสมองได้
วิตามินอีกับผิวพรรณ
สถาบัน
โรคผิวหนังหลายแห่งมีการวิจัยพบว่าวิตามินอีช่วยป้องกันผิวจากการไหม้เกรียม
ริ้วรอยเหี่ยวย่นและรอยแผลได้ดี
ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานหรือการทาที่ผิวหนังโดยตรง
เนื่องจากการเกิดแผลหรือการอักเสบบนผิวหนัง
หรือการถูกแสงแดดเผาไหม้จะทำให้เกิดการสะสมของอนุมูลอิสระขึ้น
วิตามินอีจะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่ดูดซับสารอนุมูลอิสระก่อนที่จะทำให้
เนื้อเยื่อต่างๆ เสียหาย
จึงช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของผนังเซลล์ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรงขึ้น
และช่วยให้ทนต่อรังสี UV ในแสงแดดได้ดีขึ้น
ดังนั้นผู้ผลิตเครื่องสำอางจึงนิยมนำวิตามินอีมาใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์
อาหารชนิดใดบ้างที่เป็น
แหล่งของวิตามินอี? แหล่งอาหารที่มีวิตามินอีอยู่ในปริมาณสูง ได้แก่ นม ไข่
ถั่ว ปลา เนื้อสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ น้ำมันพืชต่างๆ ผักที่กินใบ เช่น
ผักกาดหอม ผักโขม เป็นต้น
ถึงแม้ว่าวิตามินอีจะค่อนข้างทนต่อความร้อนและไม่ละลายในน้ำก็ตาม
แต่การประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนสูงๆ เช่น การทอด
รวมทั้งการเหม็นหืนของน้ำมันก็อาจทำให้วิตามินอีสูญเสีย สภาพไปได้
จะ
เห็นว่าวิตามินอี มีอยู่ในอาหารหลากหลายชนิด
ดังนั้นถ้าได้เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับ
ความต้องการของร่างกายแล้ว...หนทางสู่การมีสุขภาพดีก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ค่ะ...
ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today
คำเตือน ::
- เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
- ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์
|