รายละเอียดสินค้า

  • 20 DAYS PERFECT ประกอบด้วย BEAUTY WHITE+HYAROLUNIC+VITAMIN-E ทั้งขาวใส อมชมพู ผิวเนียน แก้ปัญหาแผลเป็นจากสิวเก่า ผิวแห้ง แบบนี้ไม่รีบสอยได้งัย เหอ เหอ
20 DAYS PERFECT ประกอบด้วย BEAUTY WHITE+HYAROLUNIC+VITAMIN-E ทั้งขาวใส อมชมพู ผิวเนียน แก้ปัญหาแผลเป็นจากสิวเก่า ผิวแห้ง แบบนี้ไม่รีบสอยได้งัย เหอ เหอ
 
รหัสสินค้า : 20DAYS-003
ยี่ห้อ : DAISO
รุ่น : JAPAN
สภาพสินค้า : สินค้ามือใหม่
Links : คลิกลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ราคา :540.00 ฿
ราคาปกติ : 660.00 ฿
Add to Cart Share with Friends
รายละเอียดสินค้า :

20 DAYS PERFECT ประกอบด้วย BEAUTY WHITE + HYAROLUNIC + VITAMIN-E ทั้งขาวใส อมชมพู ผิวเนียน แก้ปัญหาแผลเป็นจากสิวเก่า ผิวแห้ง แบบนี้ไม่รีบสอยได้งัย เหอ เหอ เหอ เหอ....

1. Daiso Beauty White Vitamin บำรุงผิวพรรณให้สวย ขาวใส เปล่งปลั่ง สวยบลิ๊งค์ๆ วิตามินบำรุงผิวพรรณให้ผิวสวย ขาวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง ผิวสวยบลิ๊งค์ๆ

วิธีรับประทาน :: ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง

ขนาด 20 วัน (40 เม็ด)

DAISO Supplement, Beauty Series No.67 BEAUTY WHITE

2. Daiso Hyaluronic Acid  Vitamin สำหรับ 20 วัน 1 ซอง บรรจุ 40 เม็ด วิตามินไฮยารูรอน มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม เปล่งปลั่ง ตึงกระชับ

วิ ตามินไฮยารูรอน มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม เปล่งปลั่ง ตึงกระชับ ช่วยให้ริ้วรอยร่องลึกบริเวณหน้าผาก ร่องแก้ม ริ้วรอยใต้ตา ตื้นขึ้น และผิวกายก็ตึงกระชับ

ไฮยารูรอนิค แอซิด ส่วนผสมหลักในการรักษาริ้วรอยแห่งวัย

ไฮ ยารูรอนิค แอซิด เป็นส่วนผสมหลักในการรักษาริ้วรอยแห่งวัย พบได้ในร่างกายของมนุษย์ตามวุ้นในโพรงลูกตา , น้ำหล่อลื่น ข้อต่อต่าง ๆ และเนื่อเยื่อส่วนต่าง และโดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะและเซลล์ เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสีและเพิ่มความยืดหยุ่น เช่นจุดเชื่อผมต่อบริเวณหัวเข่าซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวยึดเกาะแต่ละส่วนให้ติด กัน มีลักษณะเป็นวุ้นอยู่ระหว่างคอลลาเจนและอีลาสตินไฟเบอร์ ช่วยลำเลียงสารอาหารต่าง ๆ ที่จำเป็นจากกระแสเลือดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นโดยการกักเก็บน้ำไว้ใต้ผิวและทำหน้าที่เสมือนเป็นตัว หล่อลื่นผิวจากการการถูกทำลายจากสารเคมี

ไฮ ยาลูรอนิคนี้จัดเป็นประเภทของ glycosaminoglycan ซึ่ง มีหน้าที่ต้านการอักเสบ และการบวมน้ำ หน้าที่หลัก ๆ ของ glycosaminoglycan นั้นคือการช่วยรักษาระดับน้ำในร่างกาย, เติมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการของร่างกาย และลำเลียงไปยังโมเลกุล ถ้าขาดสารตัวนี้ จะมีผลทำให้การเดินจะเจ็บปวดเพราะว่าไม่มีตัวช่วยลดการเสียดสีระหว่างกระดูก ข้อต่อนั่นเอง, และมันยัง ถูกใช้ใน วงการแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่ออีกด้วย

ประโยชน์ของกรดไฮยาลูรอนิคที่มีต่อผิวหน้า

 สำหรับ ผิวหน้าของเรานั้น กรดตัวนี้จะถูกผลิตขึ้นและถูกหล่อเลี้ยงจากบริเวณผิวหนังชั้น dermis (ผิว ชั้นล่าง) และกระจายไปถึงผิวหนังชั้น epidermis (ผิว หนังชั้น บน) บทบาทสำคัญที่เราควรตระหนักก็คือ มันจะช่วยให้ผิวหนังสามารถเก็บกักความชุ่มชื่นได้มากกว่าปรกติหลายเท่าเลยละ (โดยที่ไม่เพิ่มความมันแบบที่ไม่ดี sebum บนผิวชั้นนอก ดังนั้นคนที่มีผิวมันก็สบายใจขึ้นมาบ้าง) เมื่อผิวมีความชุ่มชื่นที่ดีเพียงพอ ผิวหน้าก็จะดูอ่อนกว่าเยาว์ ดูเนียนเรียบขึ้น ริ้วรอยลดลง มีความยืดหยุ่น นุ่มนวล และดูมีชีวิตชีวา .. กรดไฮยาลูรอนิคยังช่วยให้รักษาอาการบาดเจ็บของเซลล์ผิวหนังได้เร็วกว่าเดิม 80% อีกด้วย นั่นหมายความว่าผิวสามารถที่จะสมานและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น ผลดีอีกข้อนั่นก็คือการช่วยทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้นด้วย (plump effect) และโดยปรกติการไหลเวียนของเลือดจะเป็นตัวนำของเสีย ออกจากเซลล์ตามธรรมชาติ แต่สำหรับเซลล์ผิวที่ไม่ได้ติดต่อกับเส้นเลือดโดยตรง กรดไฮยาลูรอนิคนั้นขะช่วยเพิ่มการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิวในส่วนนั้นและ ยังช่วยกำจัดของเสียออกจากเซลล์เหล่านั้น

 เมื่อ อายุมากขึ้น ตั้งแต่ 30-40 ขึ้น ไป การผลิตกรดไฮยาลูรอนิคตามธรรมชาติก็ลดน้อยลงไป ผลก็คือผิวที่จะสูญเสียความชุ่มชื่น ผิวแห้งขึ้น และขาดความยืดหยุ่น สิ่งที่จะตามมาก็คือ ริ้วรอยที่จะเพิ่มมากขึ้น และความแก่ชราก็จะปรากฏชัดขึ้นนั่นเอง ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิคสำหรับผู้ที่ มีอายุมากขึ้นหรือผู้ที่มีผิวแห้ง ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง นอกเหนือไปจากการบำรุงและเสริมสร้างแต่เพียง collagen – elastin และลดริ้วรอยแค่พื้นผิวภายนอกตามปรกติ

HYALURONIC ACID กับริ้วรอย?

Hyaluronic acid (กรดไฮยาลูโรนิก) เป็นสารที่ใช้กันมานานกว่า 10 ปี และนิยมใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิว ปัจจุบันนี้ก็ยังคงได้รับความนิยมมาตลอด เป็นเพราะว่ามันออกฤทธิ์ได้ผลดี โดยเฉพาะช่วยในการลดริ้วรอย Hyaluronic acid นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์โดยเฉพาะทางด้านความงาม (ทั้งในรูป ครีมทาและยาฉีด) และในธุรกิจเครื่องสำอางเอง พวกเราก็จะพบเห็นได้บ่อยมากในผลิตภัณฑ์กลุ่มลดริ้วรอย ด้วยความสามารถในการซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย และเร่งขบวนการแผลให้หายเร็ว

ร่าง กายคนเราสามารถสร้าง Hyaluronic acid ได้เอง โดยพบมากที่ผิวหนัง และปัจจุบันก็มีการผลิตขึ้นมาขายในเชิงพาณิชย์โดยผ่านขบวนการหมักทางชีวภาพ Hyaluronic acid มีลักษณะหนืดข้น ละลายน้ำได้และมีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดีมาก แนะนำให้ใส่ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (ทั้ง ครีมบำรุง, โลชั่น, สเปรย์, ลิปสติก อื่นๆ) ที่ความเข้มข้น 0.25% ถึง 2.00%

นอก เหนือจากคุณสมบัติในการอุ้มน้ำได้ดีแล้ว มันยังช่วยลด การสร้างอนุมูลอิสระและช่วยกรองรังสี UV ได้ อีกด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่า โดยลำพังแล้วกรดไฮยาลูโรนิกก็จัดได้ว่า เป็นสารที่ช่วยชะลอความแก่ที่มีประสิทธิภาพดีตัวหนึ่ง จึงมีราคาค่อนข้างแพงพอควร และราคาของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายก็ ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของปริมาณกรดไฮยาลูโรนิกที่ใช้

ใน ประเทศไทย เองก็มีการนำเข้าสารเคมีตัวนี้มาใช้ในครีมบำรุงผิวกันมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเวชสำอาง ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์มีราคาค่อนข้างสูง ระยะหลังมีการนำ Hyaluronic acid เข้ามาจากจีน ซึ่งก็มีราคาถูกลง แต่พวกคุณก็ต้องระวัง ด้วย เพราะกรดไฮยารูโลนิกบางตัวมีราคาถูกมาก เนื่องจากเป็นเกรดที่ต่ำ เมื่อใส่ ในผลิตภัณฑ์แล้วมักจะใช้ไม่ได้ผลดังนั้นพวกคุณอาจจะต้องเสียเงินเปล่า

ที่มา mapround.com



วิธีรับประทาน :: ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง

ขนาดบรรจุ 40 เม็ด

3. Daiso Vitamin E บำรุงผิวพรรณให้สดใส ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวในร่างกาย จาก DAISO ญี่ปุ่น

วิตามิน อีบำรุงผิวพรรณให้สดใส ชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง ให้ผิวเรียบเนียนนุ่ม และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวในร่างกาย เหมาะสำหรับสาวๆที่นั่งทำงานในห้องแอร์เป็นเวลานานๆ

รับรองว่ามีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงค่ะ

วิธีรับประทาน :: ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง

ขนาด 40 วัน (40 เม็ด)

DAISO Supplement, Basic Series For Health And Beauty No.58 VITAMIN E

Made In JAPAN

วิตามินอี คืออะไร?
วิตามิน อี หรือ โทโคเฟอรอล (tocopherol) เป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับเป็นประจำทุกวัน มีลักษณะเป็นน้ำมันสีเหลือง และละลายได้ดีในไขมัน เช่นเดียวกับวิตามินเอ วิตามินดี และ วิตามินเค วิตามินอี มีหลายชนิด ได้แก่ แอลฟา เบตา แกมมา และซิกมา โทโคเฟอรอล โดยชนิดที่ออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด คือ แอลฟาโทโคเฟอรอล (alpha-tocopherol)


ประโยชน์ของวิตามินอีต่อร่างกาย
เนื่อง จากผนังของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายมีไขมันที่ไม่อิ่มตัวเป็นโครงสร้างหลัก โครงสร้างที่ว่านี้จะถูก ทำลายได้ง่ายด้วยกระบวนการออกซิเดชัน (oxidation) และส่งผลให้เกิดสารอนุมูลอิสระ (free radicals) ชนิดต่างๆ ตามมา ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างภายในเซลล์ที่สัมผัสกับ สารอนุมูลอิสระ วิตามินอี เป็นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันและอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ (potent antioxidant) ซึ่งมีผลในการป้องกันการทำลายเซลล์ หรือลดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระได้ นอกจากนี้ยังมีผลช่วยปกป้องการเสื่อมสลายของเยื่อหุ้มเซลล์ (stabilize) ที่บุอยู่ตามอวัยวะต่างๆ เช่น ผิวหนัง ตา ตับ เต้านม หลอดเลือด และเม็ดเลือดแดง ทำให้อวัยวะดังกล่าวทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความคงทนมากขึ้นด้วย

วิตามินอี สารอาหารที่ช่วยชะลอความแก่
สารอนุมูล อิสระจะมีผลทำให้เซลล์เกิดความเสียหายและตายได้ในที่สุด ซึ่งนอกจากจะเป็นสาเหตุทำให้ ร่างกายอ่อนแอและแก่เร็วกว่าปกติแล้ว หากเกิดที่สมองก็จะทำให้มีโอกาสเป็นโรคเรื้อรังทางสมองต่างๆ เช่น โรคสมองเสื่อม (Alzheimer’s disease) โรคพาร์คินสัน (Parkinson’s disease) เป็นต้น จากการศึกษาทางคลินิกพบว่าผู้ที่รับประทานวิตามินอี 1,300 IU ต่อวันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปีจะช่วยชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมจากการอุดตันของเส้นเลือดในสมองได้

วิตามินอีกับผิวพรรณ
สถาบัน โรคผิวหนังหลายแห่งมีการวิจัยพบว่าวิตามินอีช่วยป้องกันผิวจากการไหม้เกรียม ริ้วรอยเหี่ยวย่นและรอยแผลได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานหรือการทาที่ผิวหนังโดยตรง เนื่องจากการเกิดแผลหรือการอักเสบบนผิวหนัง หรือการถูกแสงแดดเผาไหม้จะทำให้เกิดการสะสมของอนุมูลอิสระขึ้น วิตามินอีจะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่ดูดซับสารอนุมูลอิสระก่อนที่จะทำให้ เนื้อเยื่อต่างๆ เสียหาย จึงช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของผนังเซลล์ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรงขึ้น และช่วยให้ทนต่อรังสี UV ในแสงแดดได้ดีขึ้น ดังนั้นผู้ผลิตเครื่องสำอางจึงนิยมนำวิตามินอีมาใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์

อาหารชนิดใดบ้างที่เป็น แหล่งของวิตามินอี? แหล่งอาหารที่มีวิตามินอีอยู่ในปริมาณสูง ได้แก่ นม ไข่ ถั่ว ปลา เนื้อสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ น้ำมันพืชต่างๆ ผักที่กินใบ เช่น ผักกาดหอม ผักโขม เป็นต้น ถึงแม้ว่าวิตามินอีจะค่อนข้างทนต่อความร้อนและไม่ละลายในน้ำก็ตาม แต่การประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนสูงๆ เช่น การทอด รวมทั้งการเหม็นหืนของน้ำมันก็อาจทำให้วิตามินอีสูญเสีย สภาพไปได้


จะ เห็นว่าวิตามินอี มีอยู่ในอาหารหลากหลายชนิด ดังนั้นถ้าได้เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับ ความต้องการของร่างกายแล้ว...หนทางสู่การมีสุขภาพดีก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ค่ะ...


ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today

คำเตือน ::
- เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
- ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์

แก้ไขล่าสุด : 20/12/2010
    ร่วมแสดงความคิดเห็น
    ชื่อของคุณ : *
    อีเมล์ของคุณ : *
    รายละเอียด : *
    หมายเหตุ : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง
    Validation Code :

    *