รายละเอียดบทความ

ทานสมุนไพร สกัดจากกวาวเครือขาว มีผลทำให้เป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่?

 

ผลของ “กวาวเครือขาว” ต่อระบบสืบพันธุ์ มะเร็งเต้านม
และการป้องกันโรคกระดูกพรุน ผลงานวิจัยดีมากจากจุฬาฯ

ความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ มะเร็งเต้านมและภาวะกระดูกพรุน เป็นปัญหาทางสุขภาพที่สำคัญของประชากรวัยทอง สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคดังกล่าว คือความผิดปกติของฮอร์โมนเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนเอสโตรเจน ปัจจุบันการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนสังเคราะห์มักมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์และมีราคาแพง กวาวเครือขาวจึงเป็นทางเลือกหนึ่ง เนื่องจากเป็น      พืชสมุนไพรโบราณที่มีการค้นพบว่ามีสารไฟโตรเอสโตรเจน รศ.ดร.สุจินดา มาลัยวิจิตรนนท์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ จึงสนใจศึกษาวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์เชิงเอสโตรเจนของกวาวเครือขาวต่อระบบสืบพันธุ์ มะเร็งเต้านมและกระดูก โดยทำการทดลองในหนูไมซ์ หนูแรท และลิง ซึ่งผลงานวิจัยเรื่องนี้ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีมาก จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปี ๒๕๕๐

รศ.ดร.สุจินดา กล่าวถึง ผลงานวิจัยในเรื่องนี้ว่าเป็นการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ เกี่ยวกับฤทธิ์เชิงเอสโตรเจนของกวาวเครือขาวต่อระบบสืบพันธุ์ กระดูกและมะเร็งเต้านม โดยทำการทดลองในสัตว์ขนาดเล็ก เช่น หนูไมซ์ หนูแรท จากนั้นได้ทำการศึกษาในลิงหางยาว ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงคนมากที่สุด ผลการศึกษาวิจัยพบว่า กวาวเครือขาวมีฤทธิ์เอสโตรเจนเช่นเดียวกับฮอร์โมนเอสโตรเจนสังเคราะห์ กวาวเครือขาวสามารถกระตุ้นระบบสืบพันธุ์ได้โดยตรง กระตุ้นการเจริญของเซลล์เยื่อบุผนังช่องคลอดและมดลูก ช่วยลดระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์และความสามารถในการสืบพันธุ์ในสัตว์ทั้งสองเพศ ผลของกวาวเครือขาวในการป้องกันโรคกระดูกพรุนในหนูแรท พบว่ากวาวเครือขาวมีผลในการรักษาสภาวะกระดูกพรุนแตกต่างกันไปในกระดูก      แต่ละส่วนแต่ละชนิด ทำให้ค่าความหนาแน่นและมวลกระดูกของหนูที่อยู่ในสภาวะกระดูกพรุนสามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติได้ ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาถึงผลข้างเคียงของกวาวเครือขาวในการกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านมหรือไม่ โดยทำการทดลองในหนูแรทเพศเมียที่ชักนำให้เกิดมะเร็งเต้านม พบว่าอัตราการเกิดมะเร็งและการเจริญของก้อนมะเร็งลดลงเมื่อหนูได้รับกวาวเครือขาวในขนาดที่สูงขึ้น ดังนั้นกวาวเครือขาวจึงเป็นพืชสมุนไพรทางเลือกที่มีศักยภาพ สามารถนำไปใช้ทดสอบ     ต่อทางคลินิกเพื่อพัฒนาเป็นยาคุมกำเนิดในหญิงเจริญพันธุ์ ใช้เป็นฮอร์โมนทดแทนในหญิงวัยทองและใช้เป็นยาป้องกันหรือรักษาโรคกระดูกพรุนในเพศหญิง และเพศชายวัยสูงอายุที่อยู่ในภาวะพร่องฮอร์โมนเพศ รวมทั้งมีแนวโน้มในการลดอัตราการเกิดและการเจริญของมะเร็งเต้านมอีกด้วย

 

....................................................................................................................

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม 2550

วารสารวิจัยด้านวัยทองของยุโรป ชื่อ “Maturitas” ฉบับเดือนตุลาคม 2550 เผยแพร่งานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากจุฬาฯและสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เรื่องการค้นพบศักยภาพของกวาวเครือมีสรรพคุณต้านมะเร็ง 

งานวิจัยดังกล่าวเป็นการศึกษาต่อเนื่อง จากผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิจัยด้านเภสัชกรรมพื้นบ้านชื่อ “Journal of Ethno-pharmacolgy” ในปี 2547 ซึ่ง รศ.ดร.วิชัย เชิดชีวศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และคณะ ได้ค้นพบศักยภาพของกวาวเครือขาว สายพันธุ์วิชัย 3 ในการออกฤทธิ์ต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งเต้านมมนุษย์ในหลอดทดลอง ในสภาวะความเข้มข้นของสารสกัดกวาวเครือขาวในระดับปานกลางถึงปริมาณสูง และผลการต้านการเจริญนี้จะมากยิ่งขึ้นถ้ามีฮอร์โมนเอสโตรเจนด้วย 

นักวิจัยจึงได้ดำเนินการทดลองขั้นต่อไปในสัตว์ทดลอง โดยป้อนผงกวาวเครือขาวสายพันธุ์ดังกล่าวให้หนูเพศเมียวัยหย่านมเป็นเวลานาน 28 วัน จากนั้นกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านมโดยใช้สารก่อมะเร็ง 7, 12-DMBA พบว่าหนูที่ได้รับกวาวเครือขาวมีอุบัติการณ์เกิดมะเร็งเต้านมและความรุนแรงของมะเร็งลดลง ตามปริมาณกวาวเครือที่ได้รับเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้วิจัยใช้เทคนิคการย้อมสีเนื้อเยื่อมะเร็ง เต้านมด้วยแอนติบอดี จำเพาะต่อตัวรับเอสโตรเจนแอลฟา และตัวรับเอสโตรเจนเบตา 

ผลทดลองพบว่ากวาวเครือขาวมีผลลดปริมาณตัวรับเอสโตรเจนแอลฟาได้มากกว่า ตัวรับเอสโตรเจนเบตา นอกจากนี้ สัดส่วนของตัวรับเอสโตรเจนแอลฟาต่อตัวรับเอสโตรเจนเบตา ยังลดลงตามการได้รับกวาวเครือขาวที่เพิ่มขึ้น แสดงว่ากวาวเครือขาวออกฤทธิ์ต้านมะเร็งเต้านมในสัตว์ ทดลอง โดยการไปกดการสร้างตัวรับเอสโตรเจนแอลฟา 

งานวิจัยครั้งนี้เป็นการตีพิมพ์ครั้งแรกของโลกที่พิสูจน์ได้ว่าการได้รับไฟโตเอสโตรเจน ในรูปผงแห้งที่เตรียมจากรากหรือหัวของพืชที่มีฤทธิ์เอสโตรเจนิกสูง เช่น กวาวเครือขาว มีศักยภาพในการต้านมะเร็งเต้านม อันจะเป็นประโยชน์ต่อวงการโภชนาการเป็นอย่างมาก. 

 

http://blog.spu.ac.th/FutureCareer/2007/12/06/entry-6 

ผู้ลงบทความ : YING